โควิด-19 ทำวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป คนตกงานเพิ่มมากขึ้นปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า

โควิด-19 ทำวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป คนตกงานเพิ่มมากขึ้นปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า

โควิด-19 ทำวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป คนตกงานเพิ่มมากขึ้นปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า

วิถีชีวิตของคนยุคใหม่หลังการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ทำเอาคนอยู่บ้านมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ที่เพิ่มมากขึ้น เดินทางน้อยลง ท่องเที่ยวก็น้อยลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการท่องเที่ยว นอกจากนี้ การจับจ่ายใช้สอยก็เปลี่ยนไป เพราะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเลือกซื้อที่ห้างสรรพสินค้าอีกแล้ว แค่โทรสั่งเดลิเวอรี่ ก็มีคนมาส่งของถึงที่บ้าน ทำเอาเหล่าบรรดาห้างร้านต่างๆ ที่มีสายผ่านไม่ยาวพอ ต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนลูกค้าไปตามๆ กัน โดยผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาต่อจากนี้นั้น มีดังต่อไปนี้

 

 

• คนจะตกงานเป็นจำนวนมาก ยิ่งกว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ทั้งธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็กและรายย่อย ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่บางส่วน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบรุนแรง

• โควิด 19 จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาคเอกชนหลักล้านล้านบาท และภายในเดือน มิ.ย.นี้ จะมีแรงงานตกงาน 7.13 ล้านคน จากแรงงานในระบบประกันสังคมประมาณ 38 ล้านคน คิดเป็น 18.5% ของแรงงานทั้งหมด

• แรงงานที่ตกงาน แบ่งเป็นธุรกิจบันเทิง คาดจะมีการเลิกจ้าง 6 หมื่นคน, ร้านอาหาร 2.5 แสนคน, สปาและร้านนวดในระบบ 3.96 หมื่นคน สปาและร้านนวดนอกระบบ 2 แสนคน, ธุรกิจโรงแรม 9.78 แสนคน ยังรวมถึงศูนย์การค้าและค้าปลีก คาดจะมีการเลิกจ้าง 4.2 ล้านคน, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 7.76 หมื่นคน, สิ่งทอ 2 แสนคน และธุรกิจก่อสร้าง 1 ล้านคน

• แรงงานที่อาจตกงานในจำนวน 7.13 ล้านคนนี้ จะเป็นแรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน จำนวน 6.773 ล้านคน

• หากเชื้อโควิด 19 ยังระบาดเกินเดือน มิ.ย.นี้ กลุ่ม ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ จะได้รับผลกระทบด้วย
จะเห็นได้ว่าวิกฤตคราวนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ถ้าเราไม่พร้อมใจกันหยุดเชื้ออยู่บ้าน สถานการณ์คงจะบนปานกว่านี้อย่างแน่นอน

 

 

 

เครดิตรูปภาพ : เว็บไซต์ thestandard

# โควิด-19 ทำวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป คนตกงานเพิ่มมากขึ้นปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า  #ข่าวสังคม

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *